Archive for the ‘ วาไรตี้ ’ Category

10 สุดยอดเมนูสิ้นคิด ฮ่าๆ

อันว่าร้านอาหารตามสั่งนั้น สั่งแล้วก็ต้องตาม เพราะถ้าไม่ตามบางที คนขายอาจจะลืม

โดย เฉพาะช่วงชั่วโมงเร่งด่วนอย่างเช่นตอนกลางวันและตอนเย็นๆ ที่บรรดามนุษย์ เงินเดือน มนุษย์ออฟฟิศ มนุษย์ห้องชุดที่อยู่ในเมืองทั้งหลายจำต้องหิ้วท้องมาฝากร้านอาหารตามสั่ง เหล่านี้ เพื่อกินกันตายไปวันๆ ในร้านอาหารตามสั่งก็มักจะมีอาหารหลากหลาย อย่างให้เราเลือก แต่ไม่ทุกร้านหรอกนะที่เราจะกินทุกอย่างที่เขาทำ…ใช่ ม่ะ… สุดท้ายกินไปกินมา ก็เหลือเมนูอาหารไม่กี่อย่างที่เราจะกินได้มานั่งกินที่ ร้านประจำทีไรก็สั่งมันอยู่ไอ้อย่างนี้แหละ หรือไม่มันก็เป็นเมนูอาหารที่ เรามั่นใจแล้วว่า “กูกินได้” ชัวร์ๆ ไม่ว่าจะไปกินร้านอาหารที่ไหนก็ตาม กูก็จะสั่งแต่ไอ้นี่กินล่ะ และนี่จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า “เมนูอาหารสิ้นคิด” เมื่อเร็วๆ นี้ “พ่อมดโพลล์” ได้ทำการสุ่มสำรวจความคิดเห็นของประชากรในช่วงวัยกำหนัดจำนวน 1,234 คน เกี่ยวกับเมนูอาหารสิ้นคิดประเภทอาหารจานเดียวที่คุณมักสั่งกินเป็นประจำ ในร้านอาหารตามสั่ง

ผลการสำรวจปรากฏออกมาสามารถจัดเป็น 10 อันดับเมนูอาหารสิ้นคิดได้ดังนี้

อันดับ 10 ผัดไทย
ร้าน อาหารตามสั่งหลายๆ ร้าน คุณแม่ครัวเธอก็มีวิชาทำอาหารเป็นเลิศ สั่งมาเถอะค่ะ…เจ๊ทำได้หมด อยากกินผัดไทยเจ๊ก็ทำได้ (แต่จะกินได้เปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง) หนุ่มสาวชาวเมืองหลายๆ คนก็จึงนิยมสั่งผัดไทยมากิน แม้จะรู้ว่ารสชาติอาจจะ สู้ไปกินตามร้านที่ขายผัดไทยโดยเฉพาะไม่ได้ก็ตาม แต่พวกเขาก็ให้เหตุผลว่า อยากลองสั่งมากินดูบ้างเพราะเบื่อเมนูอาหารแบบเดิมๆ ที่ต้องกินทุกวัน

อันดับ 9 ราดหน้า-ผัดซีอิ๊ว
ก็ บอกแล้วว่าร้านอาหารตามสั่งน่ะ เจ๊ทำได้หมด ฉะนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจที่เจ๊แกก็สามารถทำก๋วยเตี๋ยวราดหน้าหรือ ผัดซีอิ๊วให้กินได้ เมนูนี่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่เบื่อข้าว แล้วอยากเปลี่ยนรสชาติมากินก๋วยเตี๋ยวบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยจะนิยมสั่งกันนัก เพราะถึงแม้ว่าเจ๊แกจะทำได้ แต่เรื่องของความอร่อยก็คงต้องบอกเจ๊แกว่า “พอแหลกล่าย”

อันดับ 8 สุกี้
อีก หนึ่งเมนูอาหารของคนเบื่อข้าว การสั่งสุกี้มากินก็ไม่เลวเหมือนกัน แต่ช้าก่อน “สุกี้” ในที่นี้ กรุณาอย่าวาดภาพเลิศหรูอลังการประหนึ่ง “สุกี้เอ็มเค” แต่มันเป็นเพียงสุกี้ที่เอาวุ้นเส้นมาต้มในน้ำซุป แล้วใส่ใข่ ใส่ผัก ใส่เนื้อ ใส่หมู กุ้ง หอย ปู ปลา อะไรก็ว่าไปรสชาติก็พอทานได้ แต่จะอร่อยมากอร่อยน้อยตรงนี้อยู่ที่น้ำจิ้มสุ กี้ต้องแซ่บ ราดโครมลง ไปในชามสุกี้เลย ถ้าถ้วยเดียวไม่แซ่บพอก็ขอเพิ่ม แต่บางคนอาจจะชอบแบบสุกี้แห้งก็มีเหมือนกัน อันนี้ก็แล้วแต่สะดวกล่ะนะ

อันดับ 7 ผัดพริกสดราดข้าว
เมนู นี้บางร้านก็ใช้พริกชี้ฟ้าเม็ดใหญ่มาซอย บางร้านก็เป็นพริกหยวก แต่ไม่ว่าจะยังไงทั้งสองอย่างต้องเป็นพริกสดๆ ไม่ใช่พริกแห้ง ไม่งั้นผิดคอนเซปต์ จากนั้นก็เอาพริกสดมาผัดรวมกับหอมใหญ่ซอย และต้นหอม ใส่เนื้อ หมู ไก่ หรือกุ้ง ตามใจชอบ เป็นอีกเมนูที่หลายๆ คนชอบสั่ง

อันดับ 6 ถั่วฝักยาวผัดพริกแกงราดข้าว
เมนู สิ้นคิดอีกอันที่เป็นที่นิยมอย่างสูง ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่ชอบกินอะไรเผ็ดๆ เป็นประจำอยู่แล้ว กินไปซู้ดปากไป แต่ก็มีหลายๆ คนที่ไม่ ชอบกินเผ็ดมากนักจึงเลี่ยงที่จะสั่งมารับประทาน เมนูนี้จึงได้รับ ความนิยมอยู่ในอันดับกลางๆ

อันดับ 5 ผัดผักราดข้าว
เมนู นี้มีตั้งแต่คะน้าหมูกรอบ กระเฉดหมูกรอบ ผักบุ้งหมูกรอบ บางคนไม่กินหมูก็อาจจะเปลี่ยนเป็นไก่ได้ ผัดผักราดข้าว เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในระดับต้นๆ เช่นกัน ค่าที่ว่ากินง่าย ถูกปาก ได้สารอาหารครบถ้วนทั้งเนื้อ ทั้งผัก ทั้งข้าว

อันดับ 4 ข้าวหมูทอดกระเทียมพริกไทย
อัน นี้เป็นเมนูสิ้นคิดที่สาวๆ มักชอบสั่ง คิดว่าคงเป็นเพราะความอร่อยของเนื้อหมูที่เอามาทอดในซอสน้ำมัน หอยคลุกกับพริกไทย เสร็จแล้วเอามาโปะกับข้าวสวยร้อนๆ กินกับแตงกวา ถ้าอยากเพิ่มความพิเศษให้กับเมนูอาจจะสั่งไข่ดาวมาเพิ่ม ได้ ถ้ากินกลางวันก็อิ่มไปถึงเย็นเลย

อันดับ 3 ข้าวไข่เจียว
สิ้น คิดเข้าไปเรื่อยๆ กับเมนูนี้ นึกอะไรไม่ออกก็เอาล่ะ ข้าวไข่เจียวก็ได้ง่ายสุด ความเสี่ยงต่ำและประกันความไม่อร่อย เพราะถ้าร้านอาหารตามสั่งร้านไหนทำไข่ เจียวไม่อร่อยก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว อย่างอื่นก็อย่าไปกินมันเลย เป็นเมนูเพลย์เซฟอย่างดีสำหรับคนเมือง แต่ก็สิ้นคิดจริงๆ

อันดับ 2 ข้าวผัด
ใคร สั่งข้าวไข่เจียวว่าสิ้นคิดแล้วแต่คนสั่งข้าวผัดกับสิ้นคิดกว่า เพราะมัน เป็นอาหารสุดยอดแห่งความไม่ครีเอทเอาเสียเลย เอาข้าวมาผัดแล้วใส่ใข่ ใส่เนื้อสัตว์อะไรก็ว่าไปใส่ผักเขียวๆ ลงไปหน่อย ผัดไปผัดมาสองสามทีก็เสร็จแล้ว แต่บางคนอาจจะชอบข้าวผัดเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าไปเจอร้านที่ผัดข้าวผัดได้อร่อย เหาะจริงๆ ข้าวผัดที่อร่อยต้องเป็นข้าวที่ผัดออกมาแล้วไม่แฉะ เม็ดข้าวขาวนวลผัดร้อนๆ ยกเสิร์ฟบีบมะนาวใส่ แล้วราดด้วยพริกน้ำปลา…จบ

เอาล่ะทีนี้ก็มาถึงสุดยอดอาหารสิ้นคิดที่สุดครองแชมป์อันดับหนึ่งทั่วประเทศ นั่นก็คือ

อันดับ 1 ข้าวกระเพราไก่+ไข่ดาว
งาน นี้ได้อันดับหนึ่งมาอย่างเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นสมกับเป็นเมนูอาหาร สิ้นคิดจริงๆ แล้วทำไมต้องเป็นกระเพราไก่ไข่ดาว??? อันนี้คาดว่าเป็นอาหาร ที่ถูกปากคนไทยที่สุด ด้วยที่ว่ารสชาติออกแนว Hot & Spicy

ทุกงานมีดี อยู่ที่วิธีคิด

ทุกงานมีดี อยู่ที่วิธีคิด

เราทั้งหลายต่างเป็นคนวัยทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรืองานในออฟฟิศ งานสอนหนังสือหรือว่างานราชการ และไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับจูเนียร์ ผู้ปฏิบัติงานระดับซีเนียร์… เราต่างก็ต้องทำงาน วันเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตจึงหมดไปกับการทำงาน

ถ้าเช่นนั้นแล้ว จะมัวกอดกองทุกข์ทำงานไม่มีสุขอยู่ทำไมคะ

การ ทำงานอย่างเป็นสุขได้นั้นไม่ยาก อยู่ที่วิธีคิดและมุมมองของแต่ละคน คิดให้ดีก็มีสุข ทำงานสบายใจไม่เป็นมะเร็งมดลูก… เอ้อ…เกี่ยวกันไหมนี่ ส่วนคนคิดร้าย ทำงานไปโรคภัยก็ถามหา เดี๋ยวปวดหัวเดี๋ยวปวดท้อง โดยไม่มีสาเหตุชัด ที่จริงถ้าลองโดดข้ามอีกฝั่งของความคิด ก็จะได้พบว่าโลกนี้มีมุมดีๆ ให้มองอีกตั้งมากมาย

งานทุกงานนั้นมีดีค่ะ ตรงที่…

ทำให้ได้เงิน
อัน นี้เป็นการคิดแบบง่ายสุด ตื้นสุด แต่ก็ตรงจุดที่สุด และตอบโจทย์การทำมาหากินมากที่สุด แค่รู้ว่าเงินเดือนกำลังจะออก ก็เตรียมรู้สึกโล่งใจว่าจะมีเงินไปชำระค่าบัตรเครดิต และค่าเรียนพิเศษลูก ยิ่งรู้ว่าโบนัสกำลังจะไหลเข้าบัญชีธนาคาร แค่นี้ก็ครึ้มอกครึ้มใจ มีกำลังใจเดินไปดูนาฬิกาข้อมือเรือนแบนฝังเพชร แวะชมโทรศัพท์มือถือรุ่นมีแป้นพิมพ์ดีด ไปลองแหวนพลอยวูบๆ วาบๆ อีกสักวง เฮ้อ…โลกนี้มีอะไรให้อยากได้มากมายจัง.. หรือจะกันไว้เป็นค่าเรียนเต้นแจซของลูก ซื้อทัวร์ให้คุณยายไปทัวร์ไหว้พระเจ็ดวัด เหล่านี้เงินบันดาลได้ไม่ยาก

ทำให้มีสังคม
รู้ กันอยู่ว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม แม้ว่าบางทีจะนึกเบื่อสัตว์อื่นๆ เอ๊ย…มนุษย์คนอื่นๆ จะแย่ แต่คนส่วนมากก็ต้องอิงอาศัยเพื่อนฝูงในสังคม พนักงานออฟฟิศมีสังคมแลกเปลี่ยนกันเรื่องไฮเทคโนโลยี เรื่องกินเรื่องเที่ยว เรื่องลดความอ้วน …บางทีก็เรื่องของชาวบ้าน ส่วนแม่บ้านก็มีสังคมแม่บ้านด้วยกันไว้คุยกันเรื่องเรียนของลูก หรือหาแนวร่วมรวมกลุ่มกันไปเรียนจัดดอกไม้ เขียนลายกระเบื้อง แม่บ้านยังมีสังคมเลยไปถึงแม่ค้าหมูคนคุ้นกันในตลาด ที่มักเก็บกระดูกอ่อนๆ ไว้ให้ลูกค้าเจ้าประจำระดับเซเรเนด ส่วนคนทำงานออนไลน์ก็ได้แลกเปลี่ยนเรื่องเครื่องคอมพ์ หรือโทรศัพท์รุ่นใหม่ งานไหนๆ ก็ทำให้คนเรามีสังคมทั้งนั้นค่ะ

ทำให้ได้ใช้หัวคิด
เรื่อง นี้ได้มาจากกรรมการผู้จัดการบริษัทรับจัดนิทรรศการแห่งหนึ่ง เมื่อลูกน้องบ่นอุบว่าทุ่มเททำงานแทบตายเพื่อร่วมประมูล หวังว่าจะได้งานมาให้บริษัท เพราะนั่นหมายถึงจำนวนเงินมหาศาล ค่าคอมมิชชั่น โบนัสปลายปี และเครดิตของบริษัทด้วย กรรมการผู้จัดการผู้ไม่มีมาดไม่มีฟอร์มใหญ่โต บอกกับลูกน้องว่า “แค่เราได้คิดก็กำไรเท่าไหร่แล้ว” เธอ พูดถูกทีเดียวค่ะ แค่ได้คิด…นี่พูดถึงคนที่ไม่ชอบปล่อยให้สมองฝ่อจนเกินไปนะคะ การได้คิดเป็นการบริหารสมองอย่างดี การได้คิดมีความหมายว่าเรามีอิสระ การได้คิดคือการสนุกได้ไม่มีขอบเขต อย่างนี้จะไม่เรียกว่ากำไรอีกหรือ

ทำให้ได้พัฒนาตนเอง
การ ทำงานซ้ำๆ บางทีก็มีข้อดี คือทำให้เกิดความชำนาญพิเศษ สามารถทำงานนั้นๆ ได้เร็วขึ้น ราบรื่นขึ้น ทุกขณะที่ทำงานได้เร็วและดีขึ้น คือการใช้งานพัฒนาตนเอง ส่วนงานที่ไม่ต้องทำซ้ำจำเจ ก็ทำให้ได้คิดแก้ปัญหาตลอดเวลา นักข่าวที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์หลากหลาย และผู้คนสารพัดแบบ ทำงานด้วยการเตรียมตัว เตรียมประเด็น เตรียมทำการบ้าน หาข้อมูลไม่ซ้ำ ทำให้เป็นคนตื่นตัวรอบรู้ นานไปก็เกิดความชำนาญในการจับประเด็น รู้จักที่จะอ่านผู้คนได้ดีขึ้น ทำให้สามารถตั้งคำถามได้คมคายขึ้น บทสัมภาษณ์ก็สนุกและเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านข่าวมากขึ้น นั่นคือได้พัฒนาตนเองไปพร้อมกับคนอ่านข่าวด้วย

ทำให้สังคมประเทศชาติขับเคลื่อนไป
อัน นี้ก็เริ่มคิดให้ไกลออกไปจากตัวอีกนิด ในยุคสมัยที่โลกกำลังหมุนในจังหวะใหม่…กลายเป็นควิกสเตป การทำงานอันขยันขันแข็งของคนในสังคมคือ การสร้างศักยภาพให้กับประเทศชาติ ซึ่งอยู่ในเวทีการแข่งขันกับนานาประเทศ แค่คุณทำงาน ประเทศชาติก็เจริญขึ้นไปอีกหนึ่งก้าว คุณไม่ได้ทำงานเพื่อตนเองและครอบครัวเท่านั้น คุณมีความสำคัญต่อประเทศไทยไม่น้อยเลยนะนี่

ทำให้ชีวิตมีความหมาย
อัน นี้คนเคยอยู่ในภาวะไม่มีงานจะเข้าใจแจ่มแจ้ง คนไม่มีงานทำหรือไม่ได้ทำงาน ทั้งสมองและสองมือจะไม่มีโอกาสได้พัฒนา คนที่ไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้ ชีวิตจะไปมีความหมายอะไร…จริงไหม