Archive for the ‘ เคล็ด(ไม่)ลับ ’ Category

6 อาหาร เพื่อฟันสวย

นอกจากการแปรงฟัน งดกินอาหารจำพวกของหวานแล้ว 6 อาหารเหล่านี้ คือ อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ฟันแข็งแรงทนทาน

อาหารเพื่อฟันสวย

1. แอปเปิ้ล รสหวานลิ้น ไม่เหนียว ช่วยเรียกน้ำลายได้ดี เพราะน้ำลายคือ กลไกธรรมชาติที่ร่างกายใช้ชะล้างเศษอาหารและปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในปาก2. แครอท ความกรอบจะช่วยให้เหงือกสะอาดและฟันแข็งแรง ช่วยกำจัดเศษอาหาร มีเส้นใยช่วยให้ปากสะอาด ช่วยเรียกน้ำลาย

3. แครนเบอร์รี่ มีสารประกอบที่สามารถป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเกาะติดฟัน และสกัดกั้นการก่อตัวของคราบจุลินทรีย์
4. กีวี เป็นหนึ่งในสิบของสุดยอดอาหารเพื่อความงาม มีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุงฟัน
5. ลูกเกด คืออาหารที่นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยด์ในชิคาโก สหรัฐอเมริกาพบว่า มีกรดโอเลียโนอิก ซึ่งเป็นสารพฤษเคมีที่การทดลองในห้องแล็ปพบว่า ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก โดยกรดโอเลียนิกที่ความเข้มข้น 31 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ช่วยป้องกันแบคทีเรีย เอส.มิวแทนส์ไม่ให้เกาะผิวฟัน และที่ความเข้มข้น 62 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อพอร์ฟีโรโมนาส กิงกิแวลิส อันเป็นตัวการสำคัญของโรคเหงือกอักเสบ
6. วาซาบิ ซึ่งจากผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่า วาซาบิมีสารไอโซธิโอเซียเนต ซึ่งยับยั้งการเติบโตของเชื้อ เอส.มิวแทนส์

วิธีรักษาสุขภาพที่มากกว่านี้ ได้ที่

Advertisements

หน้าใส ไร้รอยสิว ตามฉบับรอยัลสปา

ถึงแม้ สิวจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็ไม่มีใครอยากให้เกิดกับตัว เพราะตอนเป็นก็เจ็บ พอหายแล้วยังทิ้งรอยดำและรอยแผลเป็นไว้ให้ช้ำใจอีก ดังนั้นภาระกิจสำคัญของวันนี้ก็คือการค้นหาวิธีกำจัดรอยดำและรอยแผลเป็น จากสิวออกไปให้สิ้นซาก

มารู้จักรอยแผลหลังเป็นสิวกันก่อน
รอยสิวนั้นมีหลายลักษณะ เช่น รอยแผลเป็นนูนหรือคีรอยด์ รอยหลุมสิวขอบชัด ขอบไม่ชัด หลุมลึก หลุมตื้น หลุมกว้างหลุมแคบ และมีรอยแดงหรือรอยดำร่วมด้วย ซึ่งส่วนมากแล้วในหนึ่งคนจะมีหลายๆ รอยแผลรวมกัน เพราะฉะนั้นจึง ต้องใช้การรักษาหลายวิธีรวมกันถึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด ยุคนี้เรามีแนวทางการรักษาแนวใหม่ ที่ทันสมัยปลอดภัย และเห็นผลไว้ด้วย เอาละ เรามาเริ่มปฎิบัติการลบรอยสิวกันดีกว่า


นานาวิธีแก้ปัญหาหลุมสิว
Fractional Laser เป็นการใช้เลเซอร์ชนิดลอกผิว ทำให้เกิดความร้อนในชั้นผิวหนังแท้ จะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติ ช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ การรักษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เติมเข้าไปในรอยแผลเป็นบุ๋ม รูขุมขนกระชับเล็กลง และลดริ้วรอยสึกได้

Skin Needling คือ การลงเข็มไปที่ผิวหนัา ทำให้เกิดรูขนาดเล็กเป็นร้อยๆ ครั้ง จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้หลุมตื้นรูขุมขนเล็กลง หน้าเนียนใส หลังทำอาจต้องมีการพักใบหน้าชั่วคราวเพราะจะมีอาการแดงประมาณ 3-5 วัน
Hypro Peel เป็นการใช้แรงดันน้ำฉีดพ่นเป็นละอองเล็กๆ ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรง
Micro Dermabrasion เป็นการกรอผิวด้วยผงคริสตัล สามารถรักษาหลุมสิว แผลเป็น ริ้วรอยต่างๆ รวมถึงช่วยให้ผิวหน้าดูขาวสดใส เรียบเนียน วิธีนี้ก็จำเป็นต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องในการรักษาจึงจะเห็นผลดี เหมาะกับคนที่มีหลุมสิวหรือรอยที่ไม่ลึกมากนัก
Subcision คือ การผ่าตัดเลาะผังผืดให้แผลเป็น ด้วยใบมีดิเศษขนาดเล็กเท่าปลายเข็ม เพื่อยกผิวหนังขึ้นจากก้นแผล กระบวนการสร้างเนื้อเยื่อจะทำให้แผลตื้นขึ้นเหมาะกับหลุมสิวขนาดใหญ่และลึก โดยต้องอาศัยความชำนาญจากแพทย์ ควรรักษาดวยการใช้เลเซอร์หรือทำ Skin Needling รวมด้วยจะได้ผลที่ดีมาก


นานาวิธีแก้รอยดำหรือรอยแดงจากสิว
เลเซอร์ รอยดำหรือรอยแดงจากสิว คือเลเซอร์ แบบพิเศษ แบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่ เลเซอร์สีเหลือง ซึ่งจะมีผลต่อเส้นเลือดเหมาะกับการรักษารอยสิวแดง และ ชนิดที่ 2 เป็นเลเซอรสีเขียวซึ่งจะมีผลต่อเม็ดสีของผิวหนังด้านบน ช่วยรักษารอยดำสิว

Soft peel Laser เป็นเลเซอร์ ที่อ่อนโยน ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีใหม่ และช่วยให้เม็ดสีเก่าจางลง เหมาะสำหรับลดรอยดำจากสิว และช่วยใหผิวดูกระจางใสขึ้น

Brighten Hi Treatment เป็นเทคโนโลยีใหม่ในการส่งผ่านตัวยาลงสูผิวหนังชั้นลึก ซึ่งช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ในชั้นผิวหนังได้ดีกว่าปกติ ผลที่ได้คือ ผิวแข็งแรง ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว เสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจน รอยดำสิวจะค่อยๆ จางลง หลังการทำ ผิวจะชุ่มชื่น เนียนนุ่มเปล่งปลงสดใส

ความรู้จากแพทย์จีน

อาจารย์ท่านแนะนำเคล็ดลับไว้ 12 ข้อดังต่อไปนี้…
1. หวีผมบ่อยๆ:
หวีผมเบาๆ บ่อยหน่อยช่วยให้ตาสว่าง และรากผมแข็งแรง (ใช้หวีซี่ห่างหน่อย
แปรงเบาหน่อย เพื่อกันผมหลุด)

2.
ถูใบหน้าบ่อยๆ:
ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นใช้ฝ่ามือ 2
ข้างถูหน้าเบาๆ บ่อยหน่อยเพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ใบหน้าเปล่งปลั่ง

3.
เคลื่อนไหวดวงตาบ่อยๆ:
ให้มองไกล-มองใกล้ มองข้างนอก-ข้างใน มองบน-มองล่าง หลีกเลี่ยงการมอง
หรือจ้องอะไรนานๆโดยเฉพาะคนที่ทำงานคอมพิวเตอร์ควรพักสายตาด้วยการมองไกลอย่างน้อยทุกชั่วโมง

4.
กระตุ้นใบหูบ่อยๆ:
การดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูเบาๆ บ่อยหน่อย ช่วยบำรุงตานเถียน(จุดฝังเข็ม)
ซึ่ง เป็นตำแหน่งที่เก็บพลังงานของร่างกาย(ใต้สะดือ) สัมพันธ์กับไต ซึ่งเปิดทวารที่หู ทำให้แรงดี ป้องกันเสียงดังในหู หูตึง และอาการเวียนหัว

5.
ขบฟันบ่อยๆ:
ขบฟันเบาๆ บ่อยหน่อย(ไม่ใช่ขบแรงดังกรอดๆ) ช่วยให้ฟันแข็งแรง
และกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย

6.
ใช้ลิ้นดุนเพดานปากบ่อยๆ:
การใช้ปลายลิ้นกระตุ้นเพดานบนด้านหน้าเป็นการกระตุ้นจุดฝังเข็ม
เพื่อ เชื่อมพลังลมปราณตู๋และเยิ่น ซึ่งเป็นเส้นควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าร่างกาย ทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ และน้ำลาย

7.
กลืนน้ำลายบ่อยๆ:
การกลืนน้ำลายบ่อยๆ ช่วยกระตุ้นพลังบริเวณคอหอย และกระตุ้นการย่อยอาหาร

8..
หมั่นขับของเสีย:
หมั่นขับของเสีย โดยเฉพาะดื่มน้ำให้พอ กินอาหารที่มีเส้นใย ออกกำลัง
เพื่อป้องกันท้องผูก เมื่อปวดปัสสาวะหรืออุจจาระให้ถ่ายทันที อย่ารอโดยไม่จำเป็น
การทิ้งของเสียไว้ในร่างกายนานเกินทำให้เกิดสารพิษ และการดูดซึม
สารพิษ (กลับเข้าสู่ร่างกาย) มากขึ้น ทำให้ป่วยง่าย

9.
ถูหรือนวดท้องบ่อยๆ:
ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกาเบาๆ เพื่อช่วยให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น

10.
ขมิบก้นบ่อยๆ:
การขมิบก้นบ่อยๆ ช่วยป้องกันริดสีดวงทวาร และท้องผูก

11.
เคลื่อนไหวทุกข้อ:
การอยู่นิ่งๆ หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ทำให้เกิดโรคได้ง่าย
ควรเคลื่อนไหวข้อต่างๆ ให้ครบทุกข้อกวัน ฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อและข้อให้สมดุล เช่น การฝึกชี่กง ไท้เก้ก โยคะ ฯลฯ

12.
ถูผิวหนังบ่อยๆ:
ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย คล้ายกับการถูตัวเวลาอาบน้ำ
มีส่วนช่วยให้เลือดและพลังไหล เวียนดี

เรียนเชิญท่านผู้อ่านลองนำไปปฏิบัติดู เพื่อสุขภาพ พลัง และลมปราณที่ดีไปนานๆ
ครับ…
ท่าน อาจารย์นายแพทย์ภาสกิจ(วิทวัส) วัณนาวิบูล อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน แนะนำเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนว่า

อาหาร
10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินนำแนวคิดศาสตร์แพทย์แผนจีนมาวิเคราะห์โดยใช้หลักแพทย์แผนปัจจุบันประกอบ…

อาหารที่ไม่ควรกินมากเกิน หรือบ่อยเกินได้แก่…

1.
ไข่เยี่ยวม้า:
ไข่เยี่ยวม้ามีตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง กินบ่อยๆ
จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจได้รับพิษตะกั่วเช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ
2.
ปาท่องโก๋:
กระบวน การทำปาท่องโก๋มีการใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่วปนเปื้อน ตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไป นอกจากนั้นยังทำให้คอแห้ง เจ็บคอง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย
3.
เนื้อย่าง:
กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสารเบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
4.
ผักดอง:
ผักดอง และของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกิน
หรือมากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูงและโรคหัวใจได้ง่าย
นอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิด สารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสาร ก่อมะเร็ง
5.
ตับหมู:
ตับ หมูมีโคเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยเกิน หรือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง(อัมพฤกษ์-อัมพาต) และโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น
6.
ผักขม ปวยเล้ง:
ผักขมและปวยเล้งมีสารอาหารสูง ทว่า… มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้เกิดการขับสังกะสี และแคลเซียมออกจากร่างกายมาก การกินบ่อยเกิน
หรือมากเกินอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม หรือสังกะสีได้
7.
บะหมี่สำเร็จรูป:
บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกัดบูด สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ
การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหาร และการสะสมสารพิษได้
8.
เมล็ดทานตะวัน:
เมล็ด ทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ทว่า… การกินมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้กระบวนการเคมี (metabolism) ในร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ ภาวะไขมันในตับสูงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคตับ เช่น ตับแข็ง ฯลฯ เพิ่มขึ้น
9.
เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้:
กระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย…
ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนสูงอายุ หรือเด็กเล็กได้ นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์  ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย
10.
ผงชูรส:
คนเราไม่ควรกินผงชูรสเกินวันละ 6 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา…
การ กินผงชูรสมากเกิน หรือบ่อยเกิน ทำให้เกิดภาวะกรดกลูตามิกในเลือดสูงอาจทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้  และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์

วิธีออกกำลังกายง่ายๆ ตามแบบเดอะรอยัลสปา

วิธีออกกำลังกายง่ายๆ ที่ใครๆ ไม่ค่อยจะทำ…

1. เดิน
– เดินสะสมระยะทางให้ได้ 15 กม. ต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 3-5 กม.
– เดินสะสมในระยะเวลา 6-7 เดือน หรือจะ…เดินสะสมระยะเวลาให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยวันละ 30 นาทีหรือแบ่งเป็น 2 รอบ รอบละ 15 นาที

2. วิ่ง
– วิ่ง 100-200 เมตร หรือ ขึ้น- ลง บันได 2 เที่ยวแล้วพัก ยังไม่มีผลต่อหัวใจมากนัก ไม่ช่วยลดพุง
– วิ่ง 1.5 กม. ใน 8 นาที เริ่มมีผลต่อหัวใจแต่ยังไม่ลดพุง
– วิ่งต่อเนื่องไม่หยุด 12 นาที มีผลต่อหัวใจและลดพุง
– วิ่งต่อเนื่องไม่หยุด 30 นาทีขึ้นไป มีผลต่อหัวใจ ลดพุงชัดเจน

3. ยกน้ำหนักเบาๆ บ่อยๆ
– ทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ไม่ลีบ
– ระดับฮอร์โมนต่างๆ ทำงานได้คงที่ เช่น อินซูลิน
– ระดับความดันเลือดคงที่

4. แอโรบิคเบาๆ บ่อยๆ
– ลดความเครียด เกร็ง ของกล้ามเนื้อ
– ชะลอขบวนการเสื่อมจากวัยของระบบกล้ามเนื้อ หัวใจ ปอด และกระดูก
– ต้องทำนาน 20 นาทีเป็นอย่างน้อย อาจเป็นการวิ่ง ออกกำลังอยู่กับที่ ขี่จักรยานอยู่กับที่ หรือ เต้นแอโรบิค
Exercise แบบไหนไม่ดี…
ในคนอ้วน
>NO> เต้นแอโรบิค วิ่งเร็วๆ กระโดดเชือก หรือการออกกำลังกายที่มีการกระแทก

ความดันในเลือดสูง
>NO> ยกน้ำหนัก ดำน้ำลึก สควอช
>YES> ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นรำ เทนนิส จ๊อกกิ้ง
Exercise บ่อยแค่ไหนดี…
ช่วงเริ่มฝึก 1-2 สัปดาห์แรก

– อายุไม่มาก ควรออก 2-3 วันต่อสัปดาห์
– อายุมากกว่า 40 ปี ควรออก 1-2 วันต่อสัปดาห์

ฝึกมาสักระยะ ให้มีความก้าวหน้า
– คงไว้ที่ 3 วันต่อสัปดาห์
– เต็มที่ 5 วันต่อสัปดาห์
– ไม่ควรเป็น 7 วันต่อสัปดาห์ เพราะร่างกายต้องการพักบ้าง

Exercise นานแค่ไหนดี…
– ครั้งละ 30 นาที ในช่วงเริ่มต้น น้ำหนักอาจยังไม่ลด
– เพิ่มเป็นครั้งละ 60 นาที น้ำหนักลดแน่นอน
– รวมแล้วให้ได้ 150-200 นาทีต่อสัปดาห์ รวม 16 สัปดาห์
ถ้าทำตามดังข้างบน  รับรองน้ำหนักลดแน่นอน

http://www.theroyalspa.com/member-card-theroyalspa.html

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับคุณแม่ที่ตั้งท้อง

สวัสดีตอนเช้าครับ วันนี้เป็นวันเข้าพรรษา ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่สำคัญสำหรับชาวพุทธทั้งหลาย ก็อย่าลืมเข้าวัดทำบุญกันนะครับ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

วันนี้ทีมงาน The Royal Spa & Health Club จะขอเสนอเครื่องมือเพื่อสุขภาพสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ รับรองได้ว่ารับประทานแล้วสุขภาพจะดีขึ้นครับ มาลงมือทำกันเลย

ขณะตั้งครรภ์ การได้รับสารอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ใน แต่ละวันเป็นเรื่องที่สําคัญต่อสุขภาพของคุณแม่และลูก ในท้องเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากอาหารที่ คุณแม่รับประทานแล้ว

เครื่องดื่มที่คุณแม่ดื่มก็ ควรเป็นเครื่องดื่มที่ให้คุณค่าต่อร่างกายเช่นเดียวกัน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างน้ำสมุนไพรน้ำธัญพืชหรือ น้ำผลไม้ก็ให้ประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่ช่วย บรรเทาอาการบางอย่างพร้อมเพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

สุขภาพ เครื่องดื่ม

เครื่องดื่มสุขภาพสำหรับคุณแม่

น้ำขิง

การดื่มน้ำขิงร้อนๆ จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน รวมถึง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยขับลม นอกจากนี้น้ำขิงยังมีสารอาหารประเภทแคลเซียมที่ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แก่ เด็ก

ป้องกันโรคกระดูกพรุนในแม่ท้อง และยังมีสารเบต้าแคโรทีนซึ่งช่วยต้านโรคมะเร็งอีกด้วยค่ะหากคุณแม่ไม่ชอบ ดื่มน้ำขิงเปล่าๆ อาจเลือกทานเต้าฮวยน้ำขิง หรือบัวลอยน้ำขิงก็จะได้ประโยชน์จากเต้าหู้หรืองาดําเพิ่มขึ้น

น้ำลูกเดือย
น้ำลูกเดือยต้มจะช่วยแก้อาการร้อนใน รักษาอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ช่วยบํารุงเลือดลม ทั้งยังช่วยลดอาการปวดตามข้อในแม่ท้อง นอกจากนี้ น้ำลูกเดือยยังให้แร่ธาตุฟอสฟอรัสที่ช่วยบํารุงกระดูก และมีวิตามินเอช่วยบํารุงสายตาด้วย

น้ำมะเขือเทศ
น้ำมะเขือเทศคั้นสดอุดมด้วยวิตามินซีที่ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้ลูกน้อย ทั้งยังช่วยในการเผาผลาญอาหาร ลดอาการเส้นเลือดขอด ลดไข้ และลดอาการข้อบวมในแม่ท้อง นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งและทําให้ผิวพรรณดี

หรือคุณแม่จะลองดื่มน้ำมะเขือเทศคั้นผสมกับแครอทก็ได้รสชาติดี แถมในแครอทยังมีวิตามินเอที่จําเป็นต่อสายตาและป้องกันการติดเชื้อ เรียกได้ว่าดื่มแก้วเดียว แต่ได้ประโยชน์ยกกําลังสองเลย

ถึงอย่างไร คุณแม่ก็อย่าลืมดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว และดื่มนมสดทุกวันด้วยนะครับ

Hello world! We’re The Royal Spa

Welcome to The Royal Spa & Health Club

Development and Management Company established in 2000, which owns the well-known tropical day-spa “ The Royal Spa & Health Club” in Phuket. The Royal Spa is now a well-known professional Thai spa management brand which has long reputation and experience in Thai spa management throughout resort and day spas in phuket, Thailand’s top destination;
Phuket, Phang-Nga, Pattaya and Bangkok.

Step into the sanctuary of senses at The Royal Spa’s 16 locations in Thailand and let our spa therapists pamper you with a range of Thai-inspired treatments to rejuvenate your body, mind and soul.